มีแค่ประกันสังคม เพียงพอไหม ? กับการใช้ชีวิต

ประกันสังคมสำคัญกับชีวิตเราแค่ไหน และถ้ามีแค่ประกันสังคมจะเพียงพอไหม ?

อะไรเอ่ย ? จ่ายกันทุกเดือน ทุกเดือน ๆ ไม่เคยว่างเว้น ? อ้ะ ๆ สำหรับคอลัมน์นี้ Move on blog เรากำลังพูดถึงสิทธิประกันสังคมกับการใช้ชีวิตของมนุษย์เงินเดือน เรียกว่า ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ มาตรา 39 หรือประกันสังคมของฟรีแลนซ์ตามภาษากฎหมายที่ว่า “ผู้ประกันตนนอกระบบ มาตรา 40” จะว่าไปแล้ว จริงอยู่ที่สิทธิประกันสังคมดูแลหลายเหตุการณ์ในชีวิต ตั้งแต่

  • กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย รับการรักษาในโรงพยาบาลผู้ประกันตนหรือพยาบาลที่ลงชื่อไว้
  • กรณีคลอดบุตร ซึ่งจะช่วยจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่าย 13,000 บาทต่อการคลอด เป็นต้น
  • กรณีทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะสำคัญทำให้ไม่สามารถทำงานได้ดังเดิม 
  • กรณีเสียชีวิต รับค่าทำศพ 40,000 บาทให้กับผู้จัดการงานศพนั้น ๆ เช่น สามี ภรรยา บุตร หรือทายาท กรณีจ่ายเงินสมทบภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย
  • กรณีสงเคราะห์บุตรหรือดูแลบุตร ต้องจ่ายเงินอย่างน้อย ๆ 1 ปี ถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์นี้ โดยจะได้ค่าสงเคราะห์บุตร 400 บาท/คน
  • กรณีชราภาพ สำหรับบุคคลที่จ่ายเงินมาตลอดระยะเวลา 15 ปี จะได้รับตอนอายุครบ 55 ปี และมีเงื่อนไขการจ่ายเงินที่มีรายละเอียดอยู่พอสมควร แนะนำอ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไข กรณีชราภาพจากสำนักงานประกันสังคมจะดีที่สุด
  • กรณีตกงาน หรือว่างงาน ตรงนี้เบิกได้เลย แต่คุณต้องจ่ายเงินสมทบอย่างน้อย ๆ ครึ่งปี สามารถขึ้นทะเบียนออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://empui.doe.go.th ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลาออกหรือถูกเลิกจ้างค่ะ
  • อื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น เบิกทำฟัน การถอนฟัน การอุดฟัน การขูดหินปูนและผ่าฟันคุด จ่ายตามจริงไม่เกิน 900 บาทต่อปี

แบบนี้มีแค่ ‘ประกันสังคม’ ก็เพียงพอแล้วนิหน่า ?

หลายคนอาจจะ งง ๆ ว่าทำไมเราถึงมาเล่าเรื่องนี้ในคอลัมน์ Spending หรือเงิน ๆ ทอง ๆ คงต้องปรับความเข้าใจกันก่อนว่าจริงแล้ว ประกันสังคมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เราต้องมี และก็มีข้อดีอย่างที่เล่ามาข้างต้นค่ะ แต่ ๆ อย่าลืมนะว่าประกันสังคมคุณสามารถใช้สิทธิได้เพียงแค่โรงพยาบาลที่คุณลงชื่อไว้เท่านั้น หรือภาษาทางการที่เลือกไว้ในเครือข่าย ไม่สามารถโยกย้ายสิทธิใช้ในโรงพยาบาลอื่น ๆ ได้ และประกันสังคมยังมีข้อยกเว้นบางประการมี 13 โรคยกเว้นด้วยนะ ได้แก่ โรคหรือเหตุที่เกิดจากการเสพยาเสพติด, การดูแลโรคไต, การกระทำที่เกี่ยวกับความสวยความงามหรือศัลยกรรม, รักษาภาวะมีบุตรยาก, การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ, เปลี่ยนเพศหรือทรานส์ก็ไม่สามารถเบิกได้, การผสมเทียมก็ไม่ได้ ฯลฯ อีกมากมาย (แนะนำอ่าน 13 โรคยกเว้น)

ทีนี้คุณพอเห็นภาพคร่าว ๆ ไหมคะ  ? ว่า
“การมีประกันสังคมก็เป็นเรื่องที่ดี แต่จะดีกว่าถ้ามีประกันอื่น ๆ คอยดูแลชีวิตคุณด้วย !!”

แล้วเราควรมีประกันอะไรดีล่ะ ?

ชีวิตที่ปลอดภัยย่อมนำมาซึ่งความสุข แน่นอนค่ะว่า การมีประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุเบี้ยประหยัดจ่ายครั้งเดียวคุ้มครองหนึ่งปี หรือแม้กระทั่งประกันรถยนต์ และประกันบ้าน ฯลฯ ย่อมช่วยให้คุณอุ่นใจได้เปราะหนึ่ง เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ประกันเหล่านี้จะช่วยคุณได้ การลงทุนซื้อประกัน อาจเป็นสิ่งที่หลายคนมองว่า “ไม่จำเป็น” จะซื้อทำไม ในเมื่อแข็งแรงดีอยู่ หรือจ่ายเปล่า ๆ ไม่ได้ใช้อะไรก็เหมือนเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุล่ะสิ ?

หากคุณกำลังคิดอย่างที่เล่าตัวอย่างมา อยากให้ลองคิดว่า หากคุณกำลังเลิกงานและกำลังจะกลับบ้านในเย็นวันหนึ่งที่คุณเหนื่อยล้าอยากพักผ่อนเหลือเกิน แต่ดั๊นพบกับฝนตกอย่างรุนแรง คุณจะทำอย่างไร ? 

แน่นอนว่าถ้าคุณมีร่ม หรือเสื้อกันฝนคุณสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรีรอเพื่อเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ลองคิดอีกแง่ ถ้าคุณไม่มีร่มหรือเสื้อกันฝนล่ะ ? มีทางเลือกก็คือ ต้องนั่งรอให้ฝนซาอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย ๆ หรือจะเลือกเดินตากฝนกลับบ้านแบบเท่ ๆ ไหนเสี่ยงเป็นหวัดอีก ตรงนี้คงไม่คุ้มแน่ ๆ เลย

ใช่ค่ะ!! Move on blog กำลังเปรียบเปรยให้คุณฟังเลยว่า ร่มหรือเสื้อกันฝนนั้นไม่ต่างอะไรเลยกับประกันทั้งหลาย ที่คุณต้องมีเอาไว้เพื่อป้องกันชีวิตที่ต้องเจอกับมรสุมต่าง ๆ แม้ว่าการแบกร่มจะหนัก หรือต้องจ่ายเป็นประจำทุกปี แต่เทียบไม่ได้เลยหากคุณต้องเจอเหตุจำเป็น และต้องใช้งาน นี่ก็คือข้อดีของการซื้อประกันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับชีวิตและช่วยป้องกันเหตุ ลดความวิตกกังวล ฯลฯ แนะนำว่า พิจารณาเบี้ยและเงื่อนไขให้ดีก่อนตัดสินใจนะคะ 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราเล่ามาทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนตัวของคุณด้วยนะ ลองถามตัวเองดูว่า ชีวิตของคุณมีแค่ประกันสังคมแล้วจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหรือไม่ ? จงอย่าลืมว่า ไม่มีใครตอบคุณได้ดีที่สุด เท่ากับตัวคุณเอง ถูกไหม ? 🙂

ขอบคุณข้อมูลจาก ประกันสังคม

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *